คำถามที่พบบ่อย — แรงงาน
ค้นหาคำตอบสำหรับคำถามทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครงานตามฤดูกาล
ช่วงเดือนที่ทำงานจะขึ้นอยู่กับประเภทของพืชผลและประเทศนั้นๆ สำหรับ ประเทศนอร์เวย์ ฤดูกาลหลักของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่และผักต่างๆ มักจะเริ่มตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ถึง ตุลาคม สำหรับ ประเทศเยอรมนี การทำงานระยะสั้น (90 วัน) มักจะเน้นไปที่การเก็บเกี่ยวหน่อไม้ฝรั่งในช่วงเดือน เมษายน/พฤษภาคม หรือเบอร์รี่ฤดูร้อนในช่วงเดือน มิถุนายน ถึง สิงหาคม โดยคุณจะถูกจับคู่กับสัญญาจ้างที่เหมาะสมกับช่วงเวลาดังกล่าว
ระยะเวลาในการทำงานขึ้นอยู่กับกฎระเบียบด้านวีซ่าของแต่ละประเทศและฤดูกาลของพืชผลนั้นๆ ใน ประเทศนอร์เวย์ ใบอนุญาตทำงานตามฤดูกาลอนุญาตให้คุณทำงานได้สูงสุด 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือน สำหรับ ประเทศเยอรมนี สัญญาจ้างงานตามฤดูกาลส่วนใหญ่จะเป็นแบบ งานระยะสั้น ซึ่งจำกัดไว้ไม่เกิน 90 วัน (ประมาณ 3 เดือน) ภายในระยะเวลา 180 วัน
อายุขั้นต่ำสำหรับคนงานตามฤดูกาลจากประเทศไทยและเวียดนามคือ 18 ปีบริบูรณ์ โดยคุณต้องมีอายุครบ 18 ปีในวันที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า โดยปกติจะไม่มีการกำหนด "อายุสูงสุด" อย่างเป็นทางการ หากคนงานมีความพร้อมทางร่างกายและสามารถทำงานเกษตรกรรมที่ต้องใช้แรงงานได้ เช่น การเก็บเกี่ยวและการทำงานในไร่นา
ไม่มีการกำหนดอายุสูงสุดอย่างเป็นทางการ โดย UDI (นอร์เวย์) หรือ BA (เยอรมนี) อย่างไรก็ตาม งานเกษตรกรรมตามฤดูกาลเป็นงานที่ต้องใช้พละกำลังมาก ต้องก้ม เงย และทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ผู้สมัครจึงต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์และมีความสามารถทางร่างกายเพียงพอที่จะทำงานจนครบสัญญา นอกจากนี้ บริษัทประกันภัยของเรามักจะมีข้อจำกัดหรือการเพิ่มค่าเบี้ยประกันสำหรับคนงานที่มีอายุเกิน 60 ปี ขึ้นไป
ใน ประเทศนอร์เวย์ ค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับคนงานตามฤดูกาลที่มีอายุมากกว่า 18 ปี อยู่ที่ประมาณ 162.90 โครนนอร์เวย์ต่อชั่วโมง (สำหรับผู้เริ่มต้นในช่วง 12 สัปดาห์แรก) และจะเพิ่มขึ้นตามอายุงาน สำหรับ ประเทศเยอรมนี ค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ณ วันที่ 1 มกราคม 2026 คือ 13.90 ยูโรต่อชั่วโมง (ก่อนหักภาษี) วิธีการจ่ายเงิน: ค่าจ้างจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณโดยตรง โดยปกติจะจ่ายเดือนละครั้งหรือทุกสองสัปดาห์ สำหรับนอร์เวย์ คุณต้องมีบัญชีธนาคารนอร์เวย์และ "D-number" ส่วนเยอรมนีต้องมีบัญชีธนาคารในเยอรมนีหรือยุโรป ทั้งสองประเทศไม่อนุญาตให้จ่ายเป็นเงินสดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายภาษี
ค่าจ้างของคุณจะถูกจ่ายผ่าน การโอนเงินทางธนาคาร (อิเล็กทรอนิกส์) เพื่อความปลอดภัยและความโปร่งใส โดยปกติจะไม่มีการจ่ายเป็นเงินสด ในนอร์เวย์: คุณต้องมี บัญชีธนาคารนอร์เวย์ และ D-number (เลขประจำตัวชั่วคราว) นายจ้างจะช่วยคุณยื่นขอเลขนี้ที่สำนักงานสรรพากรเมื่อเดินทางไปถึง นอร์เวย์เป็นสังคมไร้เงินสดเกือบ 100% คุณจึงต้องใช้บัตรเดบิตในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ในเยอรมนี: ค่าจ้างต้องโอนเข้า บัญชีธนาคารยูโร หากคุณยังไม่มี นายจ้างสามารถช่วยเปิดบัญชีพื้นฐานให้ได้ กฎหมายเยอรมันระบุว่าค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือน (รวมถึงโบนัสตามผลงาน) จะต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่ 13.90 ยูโร ต่อชั่วโมง
ใช่ครับ ยินดีต้อนรับทุกเพศ ทั้งในประเทศนอร์เวย์และเยอรมนีมีกฎหมายคุ้มครองความเท่าเทียมทางเพศที่เข้มงวดมาก โดยเฉพาะในปี 2026 นี้ มีการบังคับใช้กฎหมาย "ค่าจ้างเท่าเทียม" (Equal Pay) ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่ทำงานประเภทเดียวกันต้องได้รับค่าจ้างเท่ากันโดยไม่คำนึงถึงเพศ นายจ้างในยุโรปให้ความสำคัญกับ ความขยัน ความอดทน และความรับผิดชอบ เป็นหลัก ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นเพศใด คุณมีโอกาสเท่าเทียมกันในการได้รับการคัดเลือกและดูแลอย่างเป็นธรรม
โดยปกติจะทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 160–170 ชั่วโมงต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่มีผลผลิตมาก ชั่วโมงการทำงานอาจเพิ่มขึ้นจากการทำงานล่วงเวลา (OT) ในนอร์เวย์: กฎหมายกำหนดชั่วโมงทำงานปกติที่ 9 ชั่วโมงต่อวัน และ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากมีงานด่วนอาจทำโอทีได้แต่เฉลี่ยแล้วต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ * ในเยอรมนี: มาตรฐานคือ 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่อาจขยายเป็น 10 ชั่วโมงได้ในช่วงสั้นๆ ตราบใดที่ค่าเฉลี่ยยังคงอยู่ที่ 8 ชั่วโมง การจ่ายเงิน: การทำงานเกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะถือเป็น ค่าล่วงเวลา (OT) ซึ่งคุณจะได้รับค่าจ้างในอัตราที่สูงขึ้น (ในนอร์เวย์จะได้เพิ่มอย่างน้อย 40% ของค่าแรงปกติ)
ในนอร์เวย์: นายจ้างสามารถหักค่าที่พักและอาหารออกจากค่าจ้างได้ตามอัตราที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งในปี 2026 นี้จะอยู่ที่ประมาณ 100–200 โครนนอร์เวย์ต่อวัน ขึ้นอยู่กับว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำอาหารให้หรือไม่ ในเยอรมนี: นายจ้างสามารถหักค่าที่พักจากค่าจ้างขั้นต้นได้เช่นกัน แต่ต้องระบุไว้ในสัญญาจ้างอย่างชัดเจน กฎหมายเยอรมันกำหนดว่าแม้จะหักค่าที่พักแล้ว คุณต้องเหลือ "เงินเดือนสุทธิ" ขั้นต่ำเพียงพอต่อการดำรงชีพ ข้อสำคัญ: ตาม ข้อตกลงด้านจริยธรรม ของเรา นายจ้างห้ามแสวงหา "กำไร" จากค่าที่พักของคนงานเด็ดขาด คุณจะจ่ายเฉพาะค่าใช้จ่ายตามจริง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบำรุงรักษาเท่านั้น
ได้รับความคุ้มครองอย่างแน่นอนครับ โดยระบบสวัสดิการของทั้งสองประเทศถูกออกแบบมาเพื่อดูแลคนงานต่างชาติโดยเฉพาะ ในนอร์เวย์: คุณจะเข้าสู่ระบบ ประกันสังคมแห่งชาติ (Folketrygden) โดยอัตโนมัติตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน ซึ่งครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและการลาป่วย นอกจากนี้ นายจ้างต้องทำ ประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน ให้คุณตามกฎหมายด้วย ในเยอรมนี: หากคุณทำงานระยะสั้น นายจ้างมีหน้าที่ต้องทำ "ประกันสุขภาพสำหรับคนงานเก็บเกี่ยว" ให้คุณ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการเจ็บป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนนี้ ข้อแนะนำ: ความคุ้มครองจะเริ่มขึ้นเมื่อคุณเริ่มงาน ส่วนในช่วงการเดินทางจากไทยไปยุโรป เราจะจัดทำ ประกันการเดินทาง แยกต่างหากให้คุณเพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการดูแลตลอดเส้นทาง
ได้แน่นอนครับ เราให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อความสบายใจของคุณ ก่อนเดินทาง: ทีมงานของเราในกรุงเทพฯ และฮานอยจะดูแลคุณเป็นภาษาไทย/เวียดนาม ตั้งแต่การอธิบายสัญญาจ้างไปจนถึงการเตรียมตัวขอวีซ่า ระหว่างอยู่ต่างประเทศ: คุณสามารถติดต่อเราผ่าน ระบบช่วยเหลือในแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยพิมพ์ข้อความเป็นภาษาไทยได้เลย สิทธิทางกฎหมาย: กฎหมายเยอรมนีปี 2026 กำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งข้อมูลศูนย์ให้คำปรึกษาที่พูดภาษาไทยได้ให้คุณทราบ ดังนั้นคุณจะได้รับการคุ้มครองและมีที่ปรึกษาที่เป็นคนไทยคอยช่วยเหลือตลอดเวลาครับ
ไม่จำเป็นต้องพูดภาษานอร์เวย์หรือเยอรมันได้คล่องครับ สำหรับงานเกษตรกรรมตามฤดูกาล (เช่น เก็บเบอร์รี่ หรือแพ็คผัก) กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องผ่านการทดสอบภาษา การสื่อสาร: นายจ้างส่วนใหญ่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และมักจะมีหัวหน้าคนงานหรือเพื่อนร่วมงานที่ช่วยสื่อสารได้ คำแนะนำ: การรู้ภาษาอังกฤษพื้นฐานจะช่วยให้คุณเข้าใจขั้นตอนความปลอดภัยและการทำงานได้รวดเร็วขึ้น การสนับสนุนจากเรา: เรามีการจัดทำ คู่มือการทำงานและป้ายความปลอดภัยเป็นภาษาไทย ไว้ให้ในแอปพลิเคชัน เพื่อให้คุณมั่นใจว่าสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยตั้งแต่วันแรกครับ
โดยส่วนใหญ่คุณจะได้ เดินทางไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนร่วมงาน ครับ เรามักจะจัดรอบการเดินทางให้คนงานที่ไปฟาร์มเดียวกันหรือโซนเดียวกันเดินทางไปพร้อมกัน การเดินทาง: จะมีกลุ่มเพื่อนคนไทยหรือเวียดนามเดินทางไปพร้อมกับคุณตั้งแต่ที่สนามบินจนถึงจุดหมาย ทำให้คุณมีเพื่อนคุยและไม่รู้สึกโดดเดี่ยวระหว่างการเดินทางที่ยาวนาน การต้อนรับ: เมื่อถึงสนามบินปลายทาง นายจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของเราจะไปรอรับคุณและกลุ่มเพื่อนเพื่อพาเดินทางไปยังฟาร์มโดยตรง การทำงาน: เมื่อเริ่มงาน คุณจะได้ทำงานและพักอาศัยร่วมกับทีม (ปกติประมาณ 5-10 คน) ซึ่งจะช่วยให้คุณมีสังคมที่คอยช่วยเหลือกันและพูดคุยภาษาเดียวกันได้ตลอดเวลาครับ
คุณจะได้รับความคุ้มครองผ่านระบบ "ล็อค 3 ชั้น" เพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ กฎหมายคุ้มครอง: ทั้งนอร์เวย์และเยอรมนีมีหน่วยงานตรวจสอบแรงงานที่เข้มงวดมากในปี 2026 หากนายจ้างทำผิดกฎหมาย เช่น หักค่าจ้างไม่เป็นธรรม หรือที่พักไม่ได้มาตรฐาน จะถูกปรับหนักและแบนจากการจ้างงานตลอดไป ข้อตกลงจริยธรรม: นายจ้างทุกคนในระบบของเราต้องเซ็นสัญญา "Ethical Pledge" เพื่อยืนยันว่าจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมจากคนงานและดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม ปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน: ในแอปของเราจะมี สายด่วนภาษาไทยตลอด 24 ชั่วโมง หากคุณรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือได้รับค่าจ้างไม่ตรงตามจริง คุณสามารถแจ้งเหตุได้ทันที ทีมงานของเราจะเข้าแทรกแซงและช่วยเหลือคุณ (รวมถึงการย้ายฟาร์มหากจำเป็น) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่ต้องทนอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมครับ
ไม่มีครับ เรายึดถือหลักการ "นายจ้างเป็นผู้จ่าย" (Employer Pays Principle) อย่างเคร่งครัด ค่าธรรมเนียมจัดหางาน: คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการสมัครงานหรือล็อคตำแหน่งงาน ค่าวีซ่าและตั๋วเครื่องบิน: นายจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทั้งหมด (ในบางกรณีคุณอาจสำรองจ่ายค่าวีซ่าที่สถานทูตไปก่อน แต่จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนเมื่อเดินทางไปถึงฟาร์ม) สิ่งที่คุณต้องจ่ายเอง: มีเพียงค่าทำ พาสปอร์ต ของคุณเอง และค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในประเทศเพื่อมาสัมภาษณ์หรือตรวจร่างกายเท่านั้น ข้อควรระวัง: หากมีบุคคลใดแอบอ้างเรียกเก็บ "เงินมัดจำ" หรือ "ค่าดำเนินการ" เพื่อรับประกันว่าจะได้งาน โปรดแจ้งเราทันทีผ่านสายด่วนในแอปพลิเคชัน เพราะนั่นคือการกระทำที่ผิดกฎหมายและผิดหลักจริยธรรมของเราครับ